ส่งต่อให้เพื่อน

โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ ตามพระราชดำริ

โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ ตามพระราชดำริ

โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่

ตามพระราชดำริ

โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่

แก้มลิงหนองใหญ่

ตามรอยพ่อ-โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่

หลายคนเรียกพื้นที่ธรรมชาติกว้างใหญ่แห่งชุมพรนี้ว่า “แก้มลิงหนองใหญ่” ที่มาของชื่อนี้ก็คือแนวพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงให้สร้างเส้นทางเดินน้ำเพื่อพักน้ำไว้ในแก้มลิง ไม่ให้เกิดน้ำท่วมใหญ่อย่างที่จังหวัดชุมพรเคย ประสบมาโดยตลอด หลังจากนั้นชาวชุมพรก็ร่วมแรง ร่วมใจกันสานต่อพระราชดำริเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยการสร้างศูนย์ความรู้โครงการหน่องใหญ่ขึ้น เพื่อเป็นแนวทางการใช้ชีวิตเรียบง่ายให้กับชาวบ้านและบุคคลที่สนใจ

ความงดงามที่สมบูรณ์

โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่-01

พื้นที่ในโครงการแบ่งออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน คือ ส่วนของป่าธรรมชาติ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของหมู่นกต่างๆ หลากหลายพันธุ์ ส่วนของการทำเกษตร ซึ่งเป็นพื้นที่ประกอบอาชีพจริง มักมีเกษตรกร นักเรียน นักศึกษามาฟังบรรยายงานอยู่เสมอ และสุดท้ายคือส่วนของเกาะเลข 9 คืออาคารของหน่วยอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำพะโต๊ะ ในส่วนนี้นับเป็นไฮไลต์ของการท่องเที่ยว เพราะมีการจัดโฮมสเตย์ที่พักได้จริงอยู่ที่นี่ด้วย และอีกจุดที่น่าสนใจคือสะพานไม้เคี่ยม ที่สร้างเป็นทางเดินยาวข้ามน้ำ ทำให้สามารถเดินชมธรรมชาติ และทิวทัศน์ที่สวยงาม โดยเฉพาะในช่วงเช้ายามที่พระอาทิตย์ขึ้น และช่วงเย็นที่พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน เป็นช่วงเวลาที่ในส่วนของสะพานทางเดินข้ามน้ำแห่งนี้จะสวยงามมากเป็นพิเศษ แสงอาทิตย์ทอแสง ทอดลงบนผืนน้ำอย่างงดงาม มองเห็นฝูงนกบินออกหากินในยามเช้าและบินกลับเข้ารังในยามเย็นเป็นทิวแถวอย่างสวยงาม และหากวันไหนโชคดีอาจจะได้พบกับฝูงกวางที่ออกมาให้ยลโฉมความงดงามกันอีกด้วย และในอาณาบริเวณโดยรอบของโครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ตามพระราชดำริเต็มไปด้วย ความสงบร่มเย็น มีต้นไม้น้อยใหญ่เขียวขจีให้ความร่มรื่น คูคลองต่างๆ ก็คอยให้ไอเย็นๆ อยู่เสมอ ทำให้รู้สึกเป็นสุขทุกครั้งที่ได้มาเยือนในสถานที่แห่งความร่มเย็นแห่งนี้

 

ศูนย์การเรียนรู้

โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่-02

นอกเหนือจากสารพันแปลงทดลองที่พร้อมเสมอในการให้ความรู้กับเด็กๆ นักเรียนหรือบุคคลทั่วไป ไม่ว่าแปลงสมุนไพร พืชผักต่างๆ นาข้าว ยังมีการทำไบโอดีเซล การสอนเลี้ยงกบ หมู ไก่ ปลา ให้ชาวบ้านได้มีเทคนิคในการทำมาหากินเพิ่มขึ้น ส่วนนักท่องเที่ยวก็ได้เก็บเกี่ยวเกร็ดความรู้ต่างๆ

 

ความภาคภูมิใจของคนทำงาน คือการได้ถวายงานรับใช้

คุณเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 14 กรมชลประทาน ซึ่งในขณะนั้นมีตำแหน่งเป็นนายช่างผู้ดำเนินการก่อสร้างขุดคลองหัววัง – พนังตัก และประตูระบายน้ำ ในพื้นที่ของโครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ตามพระราชดำริ

โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่-ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทาน

“ในขณะนั้นผมเป็นเพียงนายช่างของกรมชลประทาน ได้รับคำสั่งจากพระองค์ท่านผ่านกองงานส่วนพระองค์ให้ดำเนินการขุดคลองหัววัง – พนังตัก จังหวัดชุมพร ให้ทะลุภายใน 30 วัน เพื่อให้เป็นช่องทางสำหรับน้ำไหลผ่าน แก้ไขปัญหาน้ำท่วมเมืองชุมพรที่มีมานาน โดยในปี พ.ศ. 2540 เมืองชุมพรประสบปัญหาน้ำท่วมหนักจากพายุโซนร้อนซีตาร์ อีกทั้งยังเป็นจุดที่พายุลินดากำลังจะเคลื่อนเข้ามาอีกลูก ด้วยความห่วงใยในราษฎรของพระองค์จึงทรงมีรับสั่งให้กรมชลประทานขุดลอกคลองให้เสร็จสิ้นก่อนพายุจะมา โดยพระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ 18 ล้านบาท ผ่านมูลนิธิชัยพัฒนา อีกส่วนหนึ่งจากมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ เพื่อใช้ก่อสร้างประตูระบายน้ำทั้ง 3 แห่ง ซึ่งกรมชลประทานได้เร่งรัดจนแล้วเสร็จ และสามารถใช้ระบายน้ำได้ในวันที่

2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540 ก่อนพายุจะเข้ามาในเมืองชุมพรเพียง 1 วัน” คุณเฉลิมเกียรติเล่าว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระราชดำริให้หนองใหญ่เป็นแก้มลิงธรรมชาติ เพื่อเป็นที่สำหรับรับน้ำจากคลองท่าแซะ มาเก็บไว้ก่อนที่จะไหลลงสู่คลองท่าตะเภา และเมื่อน้ำมีปริมาณที่มากขึ้นก็ค่อยๆ ระบายน้ำลงสู่คลองหัววัง – พนังตัก เพื่อระบายน้ำออกสู่ทะเล นอกจากนี้ยังใช้เป็นพื้นที่สำหรับเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งอีกด้วย “ในวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2541 ได้ทรงมีพระราชดำริเกี่ยวกับงานชลประทานรวม 5 ข้อด้วยกัน คือ 1. สร้างอาคารควบคุมน้ำที่บริเวณต้นคลองและปลายคลองในบริเวณหนองใหญ่ เพื่อเก็บน้ำไว้ให้ราษฎรใช้ในฤดูแล้ง 2. ควรจัดตั้งสถานีวัดระดับน้ำพร้อมระบบเตือนภัยที่บริเวณต้นน้ำคลองท่าแซะ 3. ควรพิจารณาขุดคลองหรือวางท่อเชื่อมต่อระหว่างคลองท่าแซะกับต้นคลองละมุ เพื่อให้ราษฎรมีน้ำใช้ทำการเกษตร และช่วยผันน้ำเพื่อระบายน้ำสู่ทะเล 4. ติดตั้งเครื่องสูบน้ำที่บริเวณประตูระบายน้ำราชประชานุเคราะห์ 1, 2 และ 3 เพื่อช่วยสูบน้ำออกจากหนองใหญ่ลงคลองระบายน้ำหัววัง – พนังตัก ลงสู่ทะเลในช่วงน้ำหลาก 5. ศึกษาปริมาณน้ำที่แน่นอนที่ไหลในคลองท่าตะเภา เพื่อใช้แก้ไขปัญหาอุทกภัย”

ส่งต่อให้เพื่อน