เชียงใหม่

ส่งต่อให้เพื่อน

มาเชียงใหม่อันดับแรกที่ไม่ควรพลาด คือเดินทางไปนมัสการองค์พระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร ปูชนียสถานคู่เมืองเชียงใหม่ ยิ่งในฤดูหนาวจะ คึกคักมากเป็นพิเศษ กับสถานที่ฮอตฮิตสุดโรแมนติก อย่าง ขึ้นบนดอยปุย ชมดอกไม้นานาพันธุ์ พร้อมช้อปปิ้งของพื้นเมืองอุดหนุนชาวม้ง อีกทั้งพญาเสือโคร่ง (ซากุระเมืองไทย) ที่เบ่งบานสะพรั่งรับแสงแดดอ่อนๆอย่างสวยงาม ที่ขุนช่างเคี่ยน ในยามอรุณรุ่งก็มาสัมผัสอากาศหนาวบนยอดดอยอ่างขาง ม่อนแจ่ม หรือขึ้นไปสูดอากาศบริสุทธิ์ บนยอดดอยอินทนนท์อย่างสดชื่น เมื่อลงจากดอยก็ตรงดิ่งมายังตัวเมือง มาทำบุญไหว้พระ ชมศิลปะล้านนา ตามวัดชื่อดังต่างๆ อาทิ วัดพระสิงห์วรวิหาร วัดเชียงมั่น วัดพระธาตุดอยคำ ฯลฯ และยามค่ำคืนก็มาเดินเล่นชิลล์ๆ ที่ถนนนิมมานเหมินทร์ ถนนแห่งสีสัน และความสุข สำหรับค่ำคืนวันเสาร์และอาทิตย์มีทางเลือกให้เดินช้อปปิ้งที่ “ถนนคนเดินเชียงใหม่”ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมือง คืนวันเสาร์ที่ "ถนนวัวลาย" และวันอาทิตย์ที่ "ถนนคนเดินท่าแพ" มาเยือนเชียงใหม่ครั้งใดสิ่งที่ได้รับ กลับไปคือความประทับใจมิรู้ลืม

แอ่วรอบเวียง เฮียนกำเมือง ไป๋โต๊ยกัน

แอ่วรอบเวียง เฮียนกำเมือง ไป๋โต๊ยกัน มาเชียงใหม่ก็บ่อยครั้ง แต่สิ่งที่ไม่เคยได้ลองเลยคือ การนั่งรถสองแถวหลากสี มาครั้งนี้ทีมงานทุกคนวางแผนดิบดี ต้องแวะไปไหว้พระตามวัดวาอารามต่างๆ ในเมืองเชียงใหม่ด้วยการนั่งรถสองแถวให้ได้แล้วฝันก็เป็นจริง เพราะแถวอาเขตมีรถสองแถวจอดเรียงรายอยู่หลายคัน มองซ้ายมองขวาอยู่นาน ลุงหน้าตาใจดีคนหนึ่งก็เดินเข้ามาถาม “หนูจะไป๋ตี้ใด เจ่ารถลุงก่อ ” (หนูจะไปที่ไหน เช่ารถลุงไหม) ความที่ไปเที่ยวเชียงใหม่อยู่บ่อยครั้งทำให้พอจะสื่อสารหรือฟังภาษาท้องถิ่นได้บ้างหลังต่อรองราคากันเสร็จสรรพ การเดินทางจึงเริ่มต้นขึ้นทันที หนึ่งในทีมงานที่สนใจใคร่รู้ขันอาสานั่งหน้าคู่คนขับ เพราะเวลาสงสัยจะได้ถามไถ่อย่างทันควัน นั่งรถไปชั่วครู่คำถามแรกผุดขึ้นมาทันทีเกี่ยวกับสีรถสองแถวของเชียงใหม่ ลุงคนขับก็ใจดีอธิบายอย่างชัดเจน “สีเหลืองไป๋ดอยสะเก็ด สีขาวไป๋สันกำแพง สีเขียวเข้มไป๋สันทราย ส่วนของลุงรถสองแถวสีแดงไป๋ซะป๊ะ” ถึงตรงนี้น้องคนที่ถามทำหน้านิ่งๆ พร้อมหัวเราะเจื่อนๆ และทำหน้าฉงน จนคุณลุงต้องเฉลยอีกรอบว่า“ซะป๊ะคือทุกสิ่งทุกอย่าง ใครจ้างไปไหนลุงก็ไปทั้งนั้นแหละ” เสียงหัวเราะออกมาครืนใหญ่ กระทั่งเดินทางมาถึงวัด ทีมงานแต่ละคนรีบลงจากรถเพื่อไปเก็บภาพ แต่แล้วก็ต้องสะดุดด้วยเสียงทักของลุง“บ่ต้องฟั่ง บ่ดีจะย่ำมะแฮ่ผะเลิ่ด” ทีมงานทุกคนถึงกับหยุดกึก พร้อมหันมองไปทางเดียวกันโดยไม่ได้นัดหมาย จนลุงต้องแปลเป็นภาษากลางแบบด่วนจี๋“สุมาเต๊อะ (ขอโทษ) เมื่อกี๊ลุงพูดว่า ไม่ต้องรีบ เดี๋ยวจะเหยียบก้อนกรวดลื่นล้ม”ฟังจบทุกคนก็ยิ้มร่า แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ตามมอบหมายช่วงเบรกหาอะไรรองท้องภายในวัดจู่ๆ ลุงก็พูดขึ้นมาว่า “หันกำบี้บ่” ทุกคนทำหน้างงๆ พร้อมช่วยกันกวาดสายตาเลิ่กลั่ก “บี้ เดอะสตาร์ มาเหรอ อยู่ตรงไหน...ไหน” พอเหลียวมองไม่เห็นก็หันมาทางลุง ทุกคนถึงกับร้องอ๋อ เพราะ“กำบี้” คือ “แมลงปอ” นั่นเอง จากนั้นคุณลุงก็ถ่ายทอดภาษาคำเมืองให้เป็นวิทยาทาน “ตี้บินอยู่ติดกันคือ กำเบ้อ(ผีเสื้อ) ตี้แล่น (วิ่ง) ขึ้นต้นไม้ไป๋ไวๆ คือจั๊กจิ้ม (จิ้งจก) ส่วนตี้มันกำลังจั๊ก (ชัก) ใยอยู่ คือ กำปุ้ง (แมงมุม)” หลังเดินทางไปอีกที่ หน้าวัดมีแม่ค้าขายผักผลไม้เยอะแยะ ลุงจึงชักชวนให้ซื้อ “บะก๋วยเต็ด (มะละกอ) มะตัน (พุทรา) มะนอย (บวบ) มะน้ำแก้ว (ฟักทอง) ผักแคบ (ตำลึง) ” ความที่ฟังเพลินจึงช่วยซื้อแบบลืมตัว หอบกันคนละถุงสองถุงเลยเชียว ไหว้พระรอบเมืองตามความตั้งใจเสร็จ ลุงก็ขับมาส่งถึงที่พัก พร้อมน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ที่สอนคำเมืองให้ ลุงยิ้มตอบอย่างดีใจ “ขอบคุณจ๊าดนัก (ขอบคุณมากๆ) มีทิปโตยเนอะ บ่เหมือนบางคนขี้จิ๊ (ไม่เหมือนบางคนขี้เหนียว-ขี้งก) ทิปบ่หื้อบ่ว่า (ทิปไม่ให้ไม่ว่ากัน) แต่ต่อราคาลุงฮับบ่ได้ (แต่ต่อราคาลุงรับไม่ได้)” เรียกเสียงฮากันครืนใหญ่

ตามรอย